วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หลักการทำงานและการแสดงผลของภาพกราฟฟิก


หลักการทำงานและการแสดงผลของภาพกราฟฟิก


คอมพิวเตอร์กราฟฟิก คือ การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ ยกตัวอย่างเช่น การทำ Image Retouching ภาพคนแก่ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การสร้างภาพตามจินตนาการและการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆเพื่อให้สามารถสื่อความหมายได้ตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการและน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยกราฟ แผนภูมิ แผนภาพ เป็นต้น
                    กราฟิกแบบ 2 มิติ (2 Dimension : 2D) เป็นภาพที่คุ้นเคยและพบเห็นโดยทั่วไป เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพลายเส้น สัญลักษณ์กราฟ รวมถึงการ์ตูนต่างๆ ในโทรทัศน์
                  ดังนั้น กราฟิกแบบ 2 มิติ คือศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งใช้สื่อความหมายด้วยเส้น สัญลักษณ์ รูปวาด ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิการ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้สื่อสารต้องการโดยมีลักษณะเป็น 2 มิติ คือ สามารถมองเห็นตามแนวแกน X(ความกว้าง) กับ แกน Y(ความยาว)
ภาพที่เกิดบนจอคอมพิวเตอร์ เกิดจากการทำงานของโหมดสี RGB ซึ่งประกอบด้วยสีแดง (Red) สีเขียว (Green) และสีน้ำเงิน (Blue) โดยใช้หลักการยิงประจุไฟฟ้าให้เกิดการเปล่งแสงของสีทั้ง 3 สีมาผสมกันทำให้เกิดเป็นจุดสีสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า พิกเซล (Pixel) โดยพิกเซลจะมีหลากหลายสี เมื่อนำมาวางต่อเป็นรูปภาพซึ่งภาพที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มี 2 ประเภท คือ แบบ Raster และแบบ Vector

หลักการของกราฟิกแบบ Raster
           หลักการของกราฟิกแบบ Raster หรือแบบ Bitmap เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ หลากหลายสีซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ว่าพิกเซลในการสร้างภาพกราฟิกจะต้องกำหนดจำนวนของพิกเซลให้กับภาพที่ต้องการสร้างถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลน้อยเมื่อขยายภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มองเห็นภาพเป็นจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆหรือถ้ากำหนดจำนวนพิกเซลมากก็จะทำให้แฟ้มภาพมีขนาดใหญ่
ดังนั้นการกำหนดพิกเซลควรกำหนดให้เหมาะสมกับงานที่สร้าง คือ
•  การใช้งานทั่ว ๆ ไป กำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 100-150 ppi (Pixel/inch) หรือจำนวนพิกเซลต่อ 1 ตารางนิ้ว
•  งานที่ต้องการความละเอียดน้อยและแฟ้มภาพมีขนาดเล็ก เช่นภาพสำหรับใช้กับเว็บไซต์จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 72 ppi
•  งานพิมพ์ เช่นนิตยสาร โปสเตอร์ขนาดใหญ่ จะกำหนดจำนวนพิกเซลประมาณ 300-350
ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Raster คือ สามารถแก้ไขปรับแต่งสีตกแต่งภาพได้ง่ายและสวยงาม โปรแกรมที่นิยมใช้ คือ Paint, Adobe Photoshop
หลักการของกราฟิกแบบ Vector
เป็นภาพกราฟิกที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคำนวณภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน แยกชิ้นส่วนของภาพทั้งหมดออกเป็นเส้นตรง เส้นโค้งรูปทรง เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มมีขนาดเล็กกว่าแบบ Raster ภาพกราฟิกแบบ Vector นิยมใช้เพื่องานสถาปัตย์ตกแต่งภายใน และการออกแบบต่าง ๆ เช่นการออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก การสร้างการ์ตูน เป็นต้นโปรกีรรมที่นิยม คือ โปรแกรม Illustrator , CorelDraw , AutoCAD , 3Ds max
ข้อดีของภาพกราฟิกแบบ Vector คือ เมื่อทำการขยายภาพที่วาดแล้วภาพจะยังคงความละเอียดเสมอ


Credit: http://por2228.exteen.com/20111026/entry-6
Credit:
http://www.learners.in.th/blogs/posts/210116
Credit: http://navigatorgraphic2d.blogspot.com/2011/11/rgb-3-pixel-picture-element-2-raster.html#!/2011/11/rgb-3-pixel-picture-element-2-raster.html



สรุปความรู้จากบทความ

- การสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับรูปภาพโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ ยกตัวอย่างเช่น การทำ Image Retouching ภาพคนแก่ให้มีวัยที่เด็กขึ้น การสร้างภาพตามจินตนาการหลักการสร้างกราฟิกก็จะมีอยู่ด้วยกัน2แบบ 1.หลักการกราฟิกแบบRaster 2.หลักการกราฟิกแบบ Vector 





วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สีและแสงที่ใช้ในงานกราฟิก


สีและแสงที่ใช้ในงานกราฟิก
การปรับสีและแสงเงาให้กับรูปภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการตกแต่งภาพเนื่องจากภาพภายหรือภาพสแกนอาจมีแสงไม่เพียงพอทำให้ภาพดูมืดไม่สวยงามจึงมีเครื่องมือเพื่อใช้จัดการกับข้อบกพร่องของภาพถ่ายหรือภาพสแกนที่มีปัญหาด้านสีและแสงซึ่งการใช้งานคำสั่งต่างๆ สามารถทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว
การใช้คำสั่ง Imageในการปรับสีและแสงเงาของรูปภาพ                          
คำสั่งที่ใช้ปรับสีและแสงเงาให้กับรูปภาพมีหลายคำสั่ง ซึ้งการใช้งานคำสั่งต่างๆจะมีลักษณะการทำงานที่คล้ายกัน จึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้ที่จะเลือกใช้คำสั่งต่างๆ  ซึ่งมีดังนี้
คำสั่ง Levels
เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับสีและแสงเงาให้กับรูปภาพ เพื่อให้ภาพมีคุณภาพที่ดีขึ้นคือมีความมืดความสว่างพอดีและชัดเจน ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
คลิกที่เมนู Image ->Adjusment -> Levels จะปรากฏหน้าต่าง Levels >Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการปรับสีและแสงเมื่อปรับภาพได้ตามต้องการแล้วคลิกที่ปุ่ม OK
คำสั่ง Auto Levels
เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับความมืดและความสว่างให้กับภาพแบบอัตโนมัติซึ่งจะปรับสีในแต่ละแชนเนลอย่างเป็นอิสระต่อกัน จึงอาจทำให้ภาพเกิดสีเพี้ยนได้ดังนั้นควรใช่กับภาพที่มีโทนสีไม่ต่างกันมากเพื่อนลดความเพี้ยนของสีซึ่งมีวิธีการใช้คำสั่ง คือ คลิกที่เมนู Image-> Adjustment-> Auto Levels
คำสั่ง Auto Color
เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับสีและความต่างระหว่างความมืดและความสว่างให้กับภาพแบบอัตโนมัติซึ่งช่วยแก้ปัญหาสีเพี้ยนโดยมีวิธีการคือ คลิกที่เมนูImage-> Adjustment-> Auto Color
คำสั่ง Curves
                        เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับสีและแสงเงาให้กับรูปภาพเหมือนคำสั่ง Levels แต่จะปรับแบบในลักษณะเส้นกราฟซึ่งสามารถกำหนดจุดเส้นได้ถึง 14 จุดจึงอาจทำให้สีเพี้ยนได้ เหมาะกับการสร้างเป็นเอฟเฟ็กต์ให้กับภาพซึ่งมีขั้นตอนการทำงานดังนี้
คลิกที่เมนู Image -> Adjustment -> Curves จะปรากฏหน้าต่าง Curves
คลิกที่ Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการปรับสีและแสง   คลิกที่เครื่องมือเพื่อเลือกปรับแบบคลิกเมาส์ด้านซ้าย


คำสั่ง Color Balance
                เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับความสมดุลให้กับภาพหรือใช้เปลี่ยนสีภาพก็ได้  เหมาะกับการปรับแก้ภาพเก่าให้ดูใหม่ขึ้น หรือใช้สร้างเอฟเฟ็กซ์ให้กับภาพ เป็นต้นซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1.               คลิกที่เมนู Image -> Adjustment -> Color Balance จะปรากฏหน้าต่าง Color Balance
2.               คลิกที่ Preserve Lumionsityเพื่อล็อกค่าความสว่างไว้ไม่ให้เปลี่ยนในขณะที่หรับสี
3.               คลิกที่ Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการปรับสีและแสงคลิกเมาส์ด้านซ้ายค้างไว้แล้วลากไปในโทนสีที่ต้องการปรับเปลี่ยนโดยจะกำหนดโทนสีตรงข้ามกัน คือ สีฟ้า(Cyan) ตรงข้ามกับสีแดง (Red), สีม่วงแดง (Magenta) ตรงข้ามกับสีเขียว (Green) และ สีเหลือง(Yellow) ตรงข้ามกับสีน้ำเงิน (Blue) คลิกเลือกโทนการปรับสีและแสงเงาที่ตัวเลือก Tone Balance ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
Shadows                            การปรับในโทนมืด
Midtone                              การปรับในโทนปานกลาง
Highlight                             การปรับในโทนสว่าง
คำสั่ง Brightness/Contrast
                เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับแสงเงาของภาพแบบมีผลกับทุกพิกเซลเท่าๆกันจึงทำให้ง่ายต่อการใช้งาน ซึ่งมีขั้นตอนการทำงานดังนี้
คลิกที่เมนู Image -> Adjustment -> Brightness/Contrast จะปรากฏหน้าต่าง Brightness/Contrast
คลิกที่ Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างของแสงเงา คลิกที่ปุ่ม OK
        การใช้คำสั่ง Hue/Saturation
เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับสีและแสงเงาให้กับรูปภาพซึ่งสามารถเลือกสีภาพที่จะปรับหรือเลือกปรับเป็นสีใดสีหนึ่งก็ได้  ซึ่งมีขั้นตอนการทำงานดังนี้
1.               เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ
2.               Selection ภาพในบริเวณที่ต้องการเปลี่ยนสี เช่น Selection ที่ชุดเพื่อเปลี่ยนสีชุดจากสีฟ้าเป็นสีชมพู
3.               คลิกที่เมนู Select -> Color Range จากนั้นคลิกเลือกพื้นที่ภาพ
4.               คลิกที่ปุ่ม OK จะได้ผลลัพธ์
5.               คลิกที่เมนู Image -> Adjustments -> Hue/Saturation จะปรากฏหน้าต่าง Hue/Saturation
6.               คลิกที่ Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการปรับสีและแสงเงา
7.               คลิกที่ปุ่ม OK


คำสั่ง Desaturation
เป็นคำสั่งที่ลดค่าความอิ่มตัวของสีให้เลือกเป็นสีเทา ซึ่งมีขั้นตอน คือคลิกที่เมนู Image -> Adjustment ->Desatiration
คำสั่ง Replace Color
เป็นคำสั่งปรับสีรูปภาพในตำแหน่งที่เลือก ซึ่งมีขั้นตอนการทำงานดังนี้
1.               เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ
2.               คลิกที่เมนู Image -> Adjustment -> Replace Color จะปรากฏหน้าต่าง
3.               คลิกที่ Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการปรับสี
4.               คลิกที่ปุ่ม OK
คำสั่ง Selective Color
เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับเพิ่มหรือลดค่าของสีที่โหมดสี CMYK ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1.               เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ
2.               คลิกที่เมนู Inage -> Adjustment -> Selective Color จะปรากฏหน้าต่าง
3.               คลิกที่ Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการปรับสี
4.               คลิกที่ปุ่ม OK
คำสั่ง Channel Mixer
เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับเพิ่มหรือลดสีในแต่ละแชนเนลหรือใช้ผสมในแต่ละแชนเนลก็ได้เหมาะกับภาพแบบเป็นโทนสีเดียว ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1.               เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ
2.               คลิกที่เมนู Image -> Adjustment -> Channel Mixer
3.               คลิกที่ Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการปรับสี
4.               คลิกที่ปุ่ม OK
การสร้างภาพแบบGrayscale
ทำตามขั้นตอนที่ 1-3 ในคำสั่ง Channel Mixer จากนั้นคลิกที่ตัวเลือก Monochrome เพื่อเปลี่ยนภาพจากโหมด RGB เป็น Grayscaleซึ่งเป็นภาพสีเทา จากนั้นคลิกที่ปุ่ม OK
คำสั่ง Gradient Map
เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับสีภาพแบบการไล่น้ำหนักโทนสีจากสีใน Gradient Map ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1.               เปิดไฟล์ภาพที่ต้องการ
2.               คลิกที่เมนู Image -> Adjustment -> Gradient Map จะปรากฏหน้าต่าง
3.               คลิกที่เมนู Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการปรับสี
4.               คลิกที่ลูกศรในตัวเลือก Gradient Used for Grayscale Mapping จากนั้นคลิกเลือกสีที่ต้องการ
5.               คลิกเลือกรูปแบบการทำงานที่ตัวเลือก Gradient Options   Dither กำหนดให้การไล่สีมีความกลมกลืน
Reverse กำหนดกลับด้านทิศทางการไล่สี 

คำสั่ง Invert
เป็นคำสั่งแปลงสีภาพให้เป็นสีแบบบนแผ่นฟิล์ม โดยคลิกที่เมนู Inage -> Adjustment -> Invert
คำสั่ง Equalize
เป็นคำสั่งปรับภาพให้มีความคมชัดขึ้นโดยการหาพิกเซลที่มีความมืดที่สุดและพิกเซลที่มีความสว่างที่สุดจากนั้นจึงปรับพิกเซลที่เหลือให้มีความสมดุลกัน โดยคลิกที่เมนู Image -> Adjustment -> Equalize จะได้ผลลัพธ์
คำสั่ง Threshold
                เป็นคำสั่งแปลงภาพให้เป็นสีขาวดำโดยจะแทนที่พิกเซลที่มีความมืดเป็นสีดำและแทนพิกเซลที่มีความสว่างเป็นสีขาวซึ่งทีขั้นตอนดังนี้
1.               คลิกที่เมนู Image -> Adjustment -> Threshold จะปรากฏหน้าต่าง
2.               คลิกที่เมนู Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการแปลงสี
3.               คลิกที่ปุ่ม OK
คำสั่งPosterize
เป็นคำสั่งที่ลดจำนวนสีในแต่ละแชลเนลลงจึงทำให้ภาพมีการตัดกันของสีที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1.               คลิกที่เมนู Image -> Adjustment ->Posterizeจะปรากฏหน้าต่าง
2.               คลิกที่ Preview เพื่อให้แสดงตัวอย่างการแปลงสีป้อนตัวเองที่ต้องกี่ลดสีลงในแต่ละแชนเนลในช่อง Levels

การใช้คำสั่ง Variations
เป็นคำสั่งที่ใช้ปรับสีและแสงเงาให้กับรูปภาพ โดยเลือกเปลี่ยนตามสีที่ระบุซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
คลิกที่เมนู Inage -> Adjustment -> Variations จะปรากฏหน้าต่าง
คลิกที่ Show Clipping เพื่อแสดงภาพที่ปรับกำหนดส่วนที่ต้องการปรับ ดังนี้
Shadows                             ปรับส่วนที่มืดของภาพ
Midtones                             ปรับส่วนที่สว่างปานกลางของภาพ
Highlights                            ปรับส่วนที่สว่างของภาพ
Saturation                           ปรับความอิ่มตัวของสี
กำหนดความละเอียดในการปรับที่ตัวเลื่อน Fine/Coarse โดยคลิกเมาส์ด้านซ้ายค้างไว้แล้วลากมด้านซ้ายทำให้
เพิ่มความละเอียดในการปรับแต่ถ้าลากไปด้านขวาจะทำให้ลดความละเอีดยในการปรับและจะทำให้การปรับมี

สรุปจากบทความ
                การปรับสีและแสงเงาให้กับรูปภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการตกแต่งภาพเนื่องจากภาพภายหรือภาพสแกนอาจมีแสงไม่เพียงพอทำให้ภาพดูมืดไม่สวยงามจึงมีเครื่องมือเพื่อใช้จัดการกับข้อบกพร่องของภาพถ่ายหรือภาพสแกนที่มีปัญหาด้านสีและแสงซึ่งการใช้งานคำสั่งต่างๆ สามารถทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วการใช้คำสั่ง Imageในการปรับสีและแสงเงาของรูปภาพคำสั่งที่ใช้ปรับสีและแสงเงาให้กับรูปภาพมีหลายคำสั่ง ซึ้งการใช้งานคำสั่งต่างๆจะมีลักษณะการทำงานที่คล้ายกัน จึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้ที่จะเลือกใช้คำสั่งต่างๆ